มีบัญชีอยู่แล้ว? เข้าสู่ระบบ

ลืมรหัสผ่าน?

ยังไม่ได้ลงทะเบียน? สมัครสมาชิก

กรุณากรอกชื่อบัญชอีเมล์ที่ได้ลงทะเบียนไว้ เพื่อรับรหัสผ่านชั่วคราว

ฉันมีบัญชีอยู่แล้ว เข้าสู่ระบบ

Travel Guide and Tips

(How to) ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกากับครอบครัว อย่างละเอียด


ทริปนี้เริ่มจากแม่เราเลยค่ะ เพราะแม่เคยเที่ยวแต่แถบเอเชีย อยากลองไปเที่ยวอเมริกาบ้าง เลยมาชวนเรา เราเองก็เคยไป training program ที่เมกามาปีนึง ซึ่งก็กลับมา 4 ปีแล้ว ไหนๆแม่ก็ชวนแล้วก็เริ่มหาข้อมูลวีซ่าเลยละกัน

คราวก่อนตอนไป training program เราไปวีซ่า J1 ค่ะ ตอนกรอกข้อมูลวีซ่าครั้งก่อนก็ทำเองแหละ แต่เอเจนคอยช่วยดูตลอด เลยจำขั้นตอนใดๆไม่ได้ อีกอย่างมันก็หลายปีแล้วด้วย ก็เลยต้องเริ่มหาข้อมูลเองใหม่หมดเลย และข้อมูลส่วนใหญ่ที่ได้ ก็ต้องขอบคุณหลายๆกระทู้ในพันทิพนี่แหละค่ะ

ออกตัวก่อนเลย กระทู้นี้เป็นรีวิวกระทู้แรกของเรานะคะ อาจจะเล่าไม่เก่งแต่อยากจะแชร์ประสบการณ์ค่ะ

- เราขอวีซ่าพร้อมแม่

- ตอนกรอกข้อมูล DS-160 กรอกเอกสารแยกของแต่ละคน

- ตอนสัมภาษณ์ จะมีให้ใส่ข้อมูลสมาชิกในครอบครัวเพื่อสัมภาษณ์พร้อมกัน

เริ่มกันจากเวปนี้เลยค่ะ https://ceac.state.gov/ceac/

กดเข้ามาแล้วหน้าตาเวปจะเป็นอย่างนี้นะคะ สำหรับวีซ่าท่องเที่ยว ต้องกรอกข้อมูล DS-160 ตามกรอบสีแดงเลยค่ะ

Image title

พอเข้ามาแล้วจะเจอหน้าตาอย่างนี้นะคะ เริ่มจากเลือกประเทศเลยค่ะ ประเทศไทยจะมีให้เลือกกรุงเทพกับเชียงใหม่นะคะ แล้วแต่ว่าสะดวกจะไปสัมภาษณ์ที่ไหนก็เลือกตามนั้นเลยจ้า

จากนั้นก็กดที่ START APPLICATION เพื่อเริ่มกรอกข้อมูลตามกรอบสีแดงกันได้เลย

ถ้าเราเคยกรอกข้อมูลไว้แล้วแต่ยังไม่เสร็จ อยากจะทำต่อก็กดที่ RETRIEVE APPLICATION ตามกรอบสีฟ้าค่ะ

Image title

ถ้าอยากลองเช็ครูปถ่ายก็กดที่ Test Photo ได้เลยค่ะ สำหรับรูปถ่ายที่ใช้ทำวีซ่าอเมริกา ต้องเป็นรูปพื้นหลังสีขาว ขนาด 2x2 นิ้ว และที่สำคัญเปิดให้เห็นใบหูทั้ง 2 ข้างชัดๆนะจ้ะ บอกที่ร้านถ่ายรูปว่าใช้ทำวีซ่าอเมริกา โดยทั่วไปร้านเขาก็รู้อยู่แล้วแหละ ถ่ายเสร็จแล้วอย่าลืมขอไฟล์มาด้วยนะคะ

Image title

หลังจากกด start application แล้วก็จะเจอหน้านี้ค่ะ ถ้าเข้าครั้งแรก แนะนำให้จด หรือถ่ายรูปตรง Application ID พร้อมคำถามและคำตอบที่เราเลือกหน้านี้ไว้เลยนะคะ เพราะข้อมูลนี้จะใช้ตอนที่เราเข้ามากรอกข้อมูลต่อ ในกรณีที่เรากรอกไม่เสร็จในครั้งเดียว (ซึ่งปกติก็ไม่น่าจะเสร็จนะ)

Image title

ตรงมุมขวาบนที่เป็น ENGLISH เราสามารถเลือกเป็นภาษาไทยได้นะคะ หลังจากเลือกแล้ว เวลาเลื่อนเมาท์ไปที่คำถามตอนกรอกข้อมูล มันจะแปลเป็นภาษาไทยให้ค่ะ

Image title

เสร็จแล้วก็ไปหน้าต่อไป และเริ่มกรอกข้อมูลเลยค่ะ

Image title

Image title

กรอกข้อมูลแล้วควรเซฟข้อมูลไว้เรื่อยๆ ก่อนกดหน้าถัดไปนะคะ (กันไว้ดีกว่าแก้เนอะ)

ถ้าใครที่เคยไปเมกาแล้วมี U.S. Social Security Number หรือหมายเลขประกันสังคมของอเมริกา ก็อย่าลืมกรอกข้อมูลไปด้วยนะคะ

ส่วนตัว U.S. Taxpayer ID Number เราไม่รู้ว่าดูจากตรงไหน เลยกด Does Not Apply ไปค่ะ

Image title

หน้านี้เป็นข้อมูลที่อยู่และเบอร์ติดต่อของเรา ในประเทศไทยค่ะ

Image title

Image title

ต่อไปก็กรอกข้อมูลพาสปอร์ตของเราค่ะ

Image title

Image title

ข้อมูลการท่องเที่ยวอเมริกา ที่เราแพลนไว้
หน้านี้เราก็เลือกประเภทวีซ่าท่องเที่ยวเป็น B2 ค่ะ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะไปเมื่อไหร่ หรืออยู่นานแค่ไหน ก็ลองใส่วันที่และระยะเวลาคร่าวๆก็ได้ค่ะ

ส่วนที่อยู่ในอเมริกา ก็ใส่ที่อยู่ที่เราจะไปพักค่ะ ถ้าพักบ้านญาติก็ใส่ที่อยู่ญาติ ของเราใส่ที่อยู่โรงแรมค่ะ ลอง search ดูจาก google หรือ AGODAก็ได้

Image title

ตรงช่อง Person/Entity Paying for Your Trip คนสปอนเซอร์ทริป ถ้าจ่ายเองก็ใส่เป็น SELF ค่ะ 
แต่ถ้าเป็นคนอื่นเป็นสปอนเซอร์ ก็ต้องใส่ข้อมูลคนสปอนเซอร์ด้วยค่ะ

Image title

ข้อมูลผู้ร่วมเดินทางที่จะไปเที่ยวกับเราในทริปนี้ค่ะ

Image title


Image title


ข้อมูลการเดินทางไปอเมริกาครั้งก่อน

Image title

Provide information on your last five U.S. visits สำหรับคนที่เคยไปอเมริกา ตรงนี้ต้องกรอกข้อมูลวันที่ไปถึง และระยะเวลาที่อยู่ 5 ครั้งล่าสุดค่ะ

Image title

Previous U.S. Visas ข้อมูลวีซ่าอเมริกาที่เคยได้ครั้งก่อนค่ะ

Image title

Image title

ข้อมูลติดต่อในอเมริกา
หน้านี้ใส่ชื่อคนรู้จักในอเมริกาที่ติดต่อได้ หรือถ้าไม่รู้จักใครเลยก็ใส่ชื่อโรงแรมที่จะไปพัก พร้อมข้อมูลที่อยู่และเบอร์ติดต่อค่ะ

Image title

Image title

หน้านี้ใส่ข้อมูลครอบครัวค่ะ

Image title

Image title

ข้อมูลการทำงาน เรียน หรือฝึกงานปัจจุบันของเราค่ะ

Image title

Image title

เสร็จจากการกรอกข้อมูล ก็จะเป็นคำถาม security & background ซึ่งก็มีทั้งหมด 5 part ค่ะ
พอเสร็จจาก Security & Background แล้ว ก็จะให้ Sign และ ส่งใบสมัครค่ะ

Image title


Image title

หลังจากกด sign and submit application แล้วก็ขึ้นหน้า Confirmation ค่ะ

Image title

ตัว confirmation นี้ เราต้องปริ๊นไปวันสำภาษณ์ด้วยนะคะ ถึงตรงนี้ก็เสร็จขั้นตอนการกรอก DS-160 แล้วค่ะ

เดี๋ยวมาต่อ How to การนัดสัมภาษณ์ กับประสบการณ์การสัมภาษณ์ให้นะคะ^^



หลังจากที่กรอกข้อมูล DS-160 ส่งเรียบร้อยแล้ว ก็มานัดสัมภาษณ์กันค่ะ
นัดสัมภาษณ์วีซ่าต้องเข้าอีกเวปนึงนะคะ เวปเป็นภาษาไทย ใช้ง่ายเลยล่ะ เวปนี้เลยค่ะ https://cgifederal.secure.force.com/
เข้ามาครั้งแรกก็สมัครสมาชิกก่อนเลย กดสมัครที่ผู้ใช้ใหม่ค่ะ

Image title

เข้ามาแล้วก็เลื่อนลงมาเลือกประเทศ จากนั้นก็กรอกข้อมูล อีเมล ชื่อ นามสกุล รหัสผ่าน ตามที่ระบบให้กรอกเลย
ตรงนี้ครอบครัวเดียวกันสมัครคนเดียวนะคะ

Image title

Image title

Image title

จากนั้นก็กลับมา log in เข้าระบบ ก็จะเจอหน้าตาแบบนี้ค่ะ (อันนี้เราถ่ายหลังจากใส่ข้อมูลครอบครัวไปแล้วนะคะ ถ้า log in เข้ามาทีแรกเลย ตรงช่องรายละเอียดของครอบครัวจะขึ้นเป็น 0 ค่ะ)
เข้ามาแล้วก็กดที่ การสมัครขอวีซ่าใหม่/นัดสัมภาษณ์วีซ่า


Image title

วีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าชั่วคราวนะคะ ดังนั้นก็เลือกวีซ่าชั่วคราวเลยจ้า

Image title

เลือกสถานที่ ที่จะสัมภาษณ์วีซ่า สะดวกที่ไหนก็เลือกที่นั่นเลยค่า

Image title

ประเภทของวีซ่าท่องเที่ยวไม่อยู่ในนี้ก็เลือก อื่นๆค่ะ

Image title

พอมาหน้านี้  ก็เลือกวีซ่าท่องเที่ยวเลยค่ะ

Image title

จากนั้นก็กรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคลของเราลงไปค่ะ

Image title

Image title

Image title

ขั้นตอนที่ 6 เพิ่มสมาชิกในครอบครัว เพื่อนัดสัมภาษณ์พร้อมกันค่ะ

Image title

กดที่เพิ่มผู้สมัครที่เป็นบุตร กรอกข้อมูลของสมาชิกในครอบครัวที่จะสัมภาษณ์พร้อมกัน กรอกข้อมูลทีละคนค่ะ

Image title

หลังจากกรอกข้อมูลเสร็จ กดตกลงเรียบร้อยแล้วก็จะได้ข้อมูลตามนี้ค่ะ

Image title

ขั้นตอนที่ 7 จะเป็นคำถามเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติการยื่นวีซ่าทางไปรษณีย์ค่ะ

Image title

Image title

Image title

ตอบคำถามเสร็จก็มาระบุรายละเอียดการจัดส่งเอกสารค่ะ

Image title

Image title

หน้าต่อไปเป็นรายละเอียดการชำระเงินค่ะ ราคา 11,520 นี่ 2 คนนะคะ ระบบรวมมาให้เลยค่ะ กดที่ cash payment

Image title

จะมีข้อมูลตามด้านล่างนี้ค่ะ

ช่องเลขที่ใบเสร็จรับเงินสำหรับทำรายการนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่า และช่องเลขที่อ้างอิง ตรงนี้จะเป็นเลขที่ทางระบบกำหนดมา ซึ่งเลขนี้จะใช้ตอนจ่ายเงิน ที่ธนาคารกรุงศรีเท่านั้นนะคะ สามารถปริ๊นใบชำระเงินและกรอกข้อมูลไปได้เลยค่ะ 

จากหน้าเวปที่โชว์ จะเห็นว่ามีที่ดาวโหลดอยู่ค่ะ

Image title

 

Image title

Image title

ขั้นตอนที่ 8 เป็นสรุปรายละเอียดค่าใช้จ่ายค่ะ

ด้านล่างจะมีชื่อของผู้สมัครแต่ละคน และช่องให้ใส่เลขที่ใบเสร็จหลังจากที่จ่ายค่าธรรมเนียมแล้ว 

แต่ตรงนี้เราไม่ต้องใส่นะคะ เพราะหลังจากที่เราจ่ายเงินกับทางธนาคารไปวันนึง ระบบจะอัพเดทอัตโนมัติค่ะ ของเรามีเมลเข้ามาแจ้งว่าสามารถเลือกวันสัมภาษณ์ได้แล้ว

Image title

Image title

หน้าที่ให้เลือกวันสัมภาษณ์ก็จะเป็นปฏิทิน ถ้าเราอยากนัดสัมภาษณ์วันไหนก็เข้าไปคลิ๊กที่วันนั้นๆ เพื่อที่จะดูว่ามีเวลาไหนที่สามารถนัดสัมภาษณ์ได้บ้างค่ะ ถ้าได้วันและเวลาที่ต้องการแล้วก็กดตกลง (เราลืมแคปหน้านี้มาอ่ะค่ะ)

หลังจากนั้นก็จะมีเมลมายืนยันการนัดสัมภาษณ์

หรือสามารถดูข้อมูลการนัดได้ที่ ประวัติการนัดสัมภาษณ์วีซ่าค่ะ

Image title

ตามประวัติ เรานัดสัมภาษณ์วันพฤหัส ที่ 12 พ.ย. ตอน 7.15 น. ค่ะ


เราเตรียมข้อมูลและเอกสารเยอะมาก เอกสารที่เราเตรียมไปมีดังนี้ค่ะ

-    Confirmation DS-160

-    ใบนัดสัมภาษณ์

-    พาสปอร์ตทุกเล่มที่มี ทั้งของแม่และเรา

-    บัตรประชาชนตัวจริง (เอาไว้ฝากโทรศัพท์)

-    ใบเสร็จที่จ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่าตัวจริง

-    รูปถ่าย 2x2 นิ้ว รูปเดียวกับที่อัพตอนกรอกข้อมูล DS-160

-    หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัท (เป็นภาษาอังกฤษ) ระบุชื่อ-นามสกุล ตำแหน่งงาน ระยะเวลาการทำงาน เงินเดือน และอนุญาตให้ลาเป็นระยะเวลากี่วัน โดยระบุวันที่ว่าจะกลับมาทำงานวันไหน พร้อมลายเซ็นเจ้านายและตราประทับบริษัท 

-    หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากของแม่ และของเรา (เป็นภาษาอังกฤษ)

-    Statement ย้อนหลังของเรา 6 เดือน พร้อม pay slip จากที่ทำงาน

-    แพลนการเที่ยว ว่าจะไปไหน ทำอะไร และพักที่ไหนบ้าง (อันนี้เราทำละเอียด)

เตรียมพร้อมมาก เหลือดีกว่าขาดเนอะ

อ่านรีวิวเยอะมาก ทั้งคนที่ได้และไม่ได้ ก็เลยแอบเครียด

วันสัมภาษณ์ เรากับแม่ไปถึงก่อนเวลาเกินครึ่งชม.ค่ะ เราเลยแวะหาอะไรกินกันก่อน เดี๋ยวจะหิวจนเบลอ

พอไปถึงหน้าสถานทูตก็ประมาณ 6.40 น. ค่ะ ตอนนั้นคนก็เริ่มต่อแถวกันเยอะแล้ว ก็ต่อแถวตามเค้าเลยค่ะ

ขั้นแรกจะมีพนักงานคนไทย ออกมาตรวจเอกสาร ตรงนี้ใช้แค่พาสปอร์ตเล่มปัจจุบัน เปิดหน้าที่มีรูปเรากับ ใบ Confirmation เท่านั้นค่ะ


ผ่านด่านแรกไปก็เป็นที่ฝากของค่ะ ตรงนี้ให้ฝากแค่โทรศัพท์มือถือคนละเครื่องเท่านั้นนะคะ โดยต้องใช้บัตรประชาชนเราฝากค่ะ 
ไม่อนุญาตให้นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคทุกชนิดเข้าไป แนะนำว่าอย่าเอาอะไรมาเยอะเลยค่ะ หาที่ฝากลำบาก กระเป๋าเป้ก็ไม่ให้เอาเข้าไปนะคะ


หลังจากฝากของเสร็จ ก็เอาของที่เหลือใส่ตะกร้าเพื่อเข้าเครื่องสแกน ส่วนเราก็เดินผ่านเครื่องสแกนข้างๆกัน ผ่านมาแล้วยังให้ยืนกลางแขนตรวจอีกรอบ ตรวจเหมือนสนามบินอ่ะค่ะแต่ดูเข้มงวดกว่าเยอะ


พอผ่านตรงนี้ไปก็นั่งรอค่ะ พนักงานจะเรียกเป็นรอบ ตามเวลานัดสัมภาษณ์ 


พอพนักงานเรียกแล้วก็เตรียมพาสปอร์ตกับเอกสาร Confirmation ยื่นให้ค่ะ จากนั้นพนักงานก็จะติดสติกเกอร์ EMS ที่พาสปอร์ตเรา พร้อมเอาพาสปอร์ตและใบ Confirmation ใส่แฟ้มใส และกำชับว่าห้ามเอาเอกสารอื่นใส่แฟ้มนี้ 


เลข EMS ที่เค้าติดมากับพาสปอร์ต เราต้องจดไปนะคะ เพราะถ้าวีซ่าผ่านจะได้ตามพัสดุได้จากเลขนี้ค่ะ  (ถึงเราจะสัมภาษณ์พร้อมแม่ แต่ตอนส่งพาสปอร์ตกลับเค้าส่งแยกนะคะ)


จากนั้นก็เข้าไปต่อแถวรอในห้องค่ะ สัมภาษณ์รอบแรกกับคนไทย พอถึงคิวเราก็ทักทายเค้าแล้วบอกว่ามากับแม่ เค้าก็ให้เข้าไปพร้อมกันค่ะ 

จนท.:     เคยไปไหม

เรา:        เราเคยไป J1 แต่แม่ไม่เคยค่ะ

จนท.:     ขอดูวีซ่าเก่า

เราก็ยื่นพาสปอร์ตเก่าให้ไป จากนั้นจนท.ก็ให้สแกนนิ้วทีละคน เสร็จแล้วก็ให้รอสัมภาษณ์กับกงสุลค่ะ


วันนั้นเปิด 4 ช่อง เป็นวีซ่าถาวร 1 ช่อง คนสัมภาษณ์เป็นผู้หญิงเอเชียค่ะ และวีซ่าชั่วคราวอีก 3 ช่อง เป็นชาวต่างชาติผู้ชายทั้ง 3 ช่องเลย แต่ก่อนถึงคิวเราปิดไปช่องนึงเพราะเหมือนเค้าติดเคสก่อนหน้านั้นอ่ะค่ะ


ตอนรอต่อแถวก็ลุ้นๆมากอ่ะ เพราะเห็นมีทั้งคนที่ได้และไม่ได้ พอถึงคิวเรากับแม่ได้สัมภาษณ์กับกงสุลที่รูปร่างท้วมๆหน่อย ท่าทางดูใจดี เดินเข้าไปพร้อมทักทายและสวัสดีงามๆ

ตอนสัมภาษณ์เราคุยภาษาอังกฤษนะคะ 

กงสุล:    ไปทำอะไร

เรา:            พาแม่ไปเที่ยวค่ะ

กงสุล:    จะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง

เรา:            Chicago, New York, Philadelphia, Washington D.C., Niagara Falls and Boston

กงสุล:    ไปเที่ยวทั่วเลยเนอะ เคยไปอเมริกามั้ย

เรา:             เราเคยไป training program ด้วยวีซ่า J1 แต่แม่ไม่เคยไป จะดูวีซ่าตัวเก่าไหมคะ

กงสุล:    (ขอวีซ่าตัวเก่าไปดู) อ๋อเคยได้วีซ่า J1 ปีนึง แล้วตอนนี้ทำงานอะไร

เรา:             ทำงานบริษัท... อธิบายงานที่ทำคร่าวๆ 

กงสุล:    ได้เงินเดือนเท่าไหร่

เรา:            บอกเงินเดือนไป และบอกว่าเรามีคอมมิชชั่นด้วย เพราะเราเป็นเซลล์ พร้อมถามว่าดูหนังสือรับรองจากบริษัทไหม 

กงสุล:     ไม่เป็นไร (หันไปถามแม่เรา) คุณแม่ทำงานอะไรครับ (พูดภาษาไทย)

แม่เราคง งง หรือไม่รู้ว่ากงสุลพูดด้วย เราเลยตอบแทนไปว่าแม่เราเกษียณแล้ว 

กงสุล:      อ๋อครับ เข้าใจครับ (พูดไทย) 
ก้มพิมๆๆ เรื่อยๆ  คือคุยกันไป เค้าถามๆแล้วก็พิมๆไปตลอดนะ แล้วบอกให้สแกนนิ้วทีละคนเริ่มจากแม่เรา และเรา

กงสุส:      You will get your passport back in 3-5 days, maybe next week.

เรา:             (ยิ้มกว้างๆ) Thank you very much, Have a great day (พร้อมรีบลากแม่ออกมาบอกว่าเสร็จแล้วค่า เราได้ไปเที่ยวกันละ)


สรุป

เอกสารที่เตรียมไปร้อยแปดพันเก้านั้น  ใช้จริงๆแค่

-    ใบ Confirmation

-    พาสปอร์ตเล่มปัจจุบัน และเล่มเก่าที่มีวีซ่า

-    บัตรประชาชน (เอาไว้ฝากโทรศัพท์)

ของเรากับแม่ใช้แค่นั้นจริงๆค่ะ


ระหว่างรอพาสปอร์ต ก็แอบลุ้นๆๆๆ จะได้กี่ปีนะ

ได้พาสปอร์ตคืนมาเมื่อวันจันทร์  ได้วีซ่า 10 ปีทั้งคู่เลยค่ะ

ดีใจสุดๆ เพราะก่อนไปสัมภาษณ์แอบจิตตกอยู่หลายวัน 


หวังว่ากระทู้นี้จะช่วยคนที่จะขอวีซ่าท่องเที่ยวเมกาได้นะคะ ยังไงก็เตรียมตัวดีๆ ขอให้ทุกคนโชคดีค่า^^


เรียงเรียงโดย Fahrttour.com

ที่มา http://pantip.com/topic/34472641

ขอบคุณ   คุณ piggielicious  จาก www.pantip.com 

All Travel Guide and Tips