มีบัญชีอยู่แล้ว? เข้าสู่ระบบ

ลืมรหัสผ่าน?

ยังไม่ได้ลงทะเบียน? สมัครสมาชิก

กรุณากรอกชื่อบัญชอีเมล์ที่ได้ลงทะเบียนไว้ เพื่อรับรหัสผ่านชั่วคราว

ฉันมีบัญชีอยู่แล้ว เข้าสู่ระบบ

Travel Guide and Tips

ลักษณะและน้ำหนักของกระเป๋าเดินทาง


เนื่องจากทาง Fahrttour โปรแกรมส่วนใหญ่จะเป็นของสายการบินไทย (TG) เรามาดูข้อมูลสำคัญในส่วนของกระเป๋ากัน

สัมภาระที่ไม่มีค่าใช้จ่าย

 

ผู้โดยสารสามารถนำพาสัมภาระต่อไปนี้ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อจำกัดของการบินไทย 

เกณฑ์พิจารณาตามน้ำหนักของสัมภาระใช้กับการเดินทางในลักษณะต่อไปนี้ 
- การเดินทางภายในประเทศไทยตลอดเส้นทาง 
- การเดินทางภายในทีซี 3 (เอเชีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) และการเดินทางระหว่างทีซี 2 (ยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง) และทีซี 3 (เอเชีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) 
เกณฑ์พิจารณาตามจำนวนชิ้นของสัมภาระใช้กับการเดินทางในลักษณะต่อไปนี้ 
- การเดินทางไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา หากท่านเดินทางด้วยเที่ยวบินของการบินไทยตลอดทั้งการเดินทาง สิทธิ์น้ำหนักสัมภาระของท่านจะเป็นดังนี้


น้ำหนักสัมภาระอนุญาตสำหรับช่วงของการเดินทางในประเทศเท่านั้น

ประเภท

น้ำหนักสัมภาระทุกชิ้นรวมกันสูงสุด

รอยัลซิลค์คลาส

40 กิโลกรัม (88 ปอนด์)

พรีเมี่ยมชั้นประหยัด

30 กิโลกรัม (66 ปอนด์)

ชั้นประหยัด

30 กิโลกรัม (66 ปอนด์)

ทารกอายุต่ำกว่า2ขวบ

10 กิโลกรัม (22 ปอนด์)

น้ำหนักเพิ่มสำหรับผู้ถือบัตรรอยัลออร์คิด
และสตาร์อัลลายแอนซ์โกลด์

20 กิโลกรัม (44 ปอนด์)

น้ำหนักเพิ่มสำหรับผู้ถือบัตรรอยัลออร์คิดแพลตินัม
(เฉพาะบนเที่ยวบิน TG เท่านั้น)

30 กิโลกรัม (66 ปอนด์)

น้ำหนักเพิ่มสำหรับผู้ถือบัตรรอยัลออร์คิดซิลเวอร์ 
(เฉพาะบนเที่ยวบิน TG เท่านั้น)

10 กิโลกรัม (22 ปอนด์)

หมายเหตุ หากการเดินทางของท่านใช้สายการบินมากกว่าหนึ่งสายการบิน โปรดตรวจสอบกฎเรื่องสัมภาระของแต่ละสายการบินให้เรียบร้อย ในกรณีที่เป็นเที่ยวบินแบบรหัสร่วม (Code Share) นั้นกฎเรื่องสัมภาระจะใช้ของสายการบินซึ่งเป็นผู้บินจริง นั่นหมายความว่าในบางกรณีกฎเรื่องสัมภาระที่ใช้ในการเดินทางของท่านอาจเป็นกฎของสายการบินซึ่งเป็นคู่สัญญากับการบินไทย ท่านสามารถขอรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้จากตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสาร/สำรองที่นั่ง


สัมภาระที่ไม่มีค่าใช้จ่าย

นโยบายสัมภาระภายใต้เกณฑ์พิจารณาตามน้ำหนัก ใช้สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ ภายในทีซี 3 และ ระหว่างทีซี 2 และทีซี 3

ประเภท

น้ำหนักสัมภาระทุกชิ้นรวมกันสูงสุด

รอยัลเฟิร์สคลาส

50 กิโลกรัม (110 ปอนด์)

รอยัลซิลค์คลาส

40 กิโลกรัม (88 ปอนด์)

พรีเมียมชั้นประหยัด

40 กิโลกรัม (88 ปอนด์)

ชั้นประหยัด

30 กิโลกรัม (66 ปอนด์)

ทารกอายุต่ำกว่า2ขวบ

10 กิโลกรัม (22 ปอนด์)

น้ำหนักเพิ่มสำหรับผู้ถือบัตรรอยัลออร์คิดพลัส

และ สตาร์อัลลายแอนซ์โกลด์

20 กิโลกรัม (44 ปอนด์)

น้ำหนักเพิ่มสำหรับผู้ถือบัตรรอยัลออร์คิดแพลตินัม
(เฉพาะบนเที่ยวบิน TG เท่านั้น)

30 กิโลกรัม (66 pounds)

น้ำหนักเพิ่มสำหรับผู้ถือบัตรรอยัลออร์คิดซิลเวอร์ 
(เฉพาะบนเที่ยวบิน TG เท่านั้น)

10 กิโลกรัม (22 pounds)

 

หมายเหตุ:
1. เมื่อผู้โดยสารถูกเปลี่ยนชั้นที่นั่งให้ต่ำลงโดยไม่ตั้งใจ ให้พิจารณาค่าสัมภาระตามเกณฑ์ของชั้นที่นั่ง ระดับสูงได้ แม้จะมีการคืนค่าความต่างของราคาโดยสารให้ก็ตาม 
2. ข้อยกเว้นจากน้ำหนักสัมภาระเพิ่ม สามารถปรับใช้ได้กับผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางภายใต้เงื่อนไขของ การบินไทยและภาครัฐบาล
ข้อยกเว้นดังกล่าวจะปรับใช้ได้ โดยยึดเงื่อนไขตามประเภทของบัตรโดยสารเท่านั้น ตามข้อกำหนดหรือข้อตกลง ของรัฐบาล ประเภทชั้นโดยสารบางประเภท อาจได้รับการละเว้นค่าสัมภาระ โดยแยกการพิจารณาจาก ระบบทั่วไป การปรับการละเว้นค่าสัมภาระดังกล่าว จะมีการแจ้งไว้ในบัตรโดยสาร
3. เงื่อนไขในหมายเหตุข้อที่ 2 ใช้สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางจากประเทศไทยเท่านั้น สำหรับพื้นที่/ ประเทศอื่นๆ ให้พิจารณาตามเกณฑ์ของสายการบินประจำชาตินั้นๆ
4. ในกรณีเดินทางตามชั้นที่นั่งโดยสารแบบคละประเภท ซึ่งผู้โดยสารเดินทางโดย F-class ส่วนหนึ่ง และ C-, U-, หรือ Y-class อีกส่วนหนึ่ง การไม่เสียค่าสัมภาระนั้นควรยึดตามเกณฑ์ของค่าบัตรโดยสารที่จ่ายมาจริง
ในกรณีที่ผู้โดยสารที่จ่ายเงินเพื่อ F-class แต่อาจได้นั่งชั้น C-, U- หรือ Y-class เกณฑ์พิจารณาค่าสัมภาระ ก็ต้องใช้หลักเกณฑ์สำหรับที่นั่งแบบ F-class.
5. รถเข็นชนิดพับได้สามารถเก็บไว้ที่เก็บของเหนือศีรษะได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 
 
หมายเหตุสำคัญ
•    หากการเดินทางของท่านใช้สายการบินมากกว่าหนึ่งสายการบิน โปรดตรวจสอบกฎเรื่องสัมภาระของแต่ละ สายการบินให้เรียบร้อย ในกรณีที่เป็นเที่ยวบินแบบเที่ยวบินรหัสร่วม (Code Share)นั้น กฎเรื่องสัมภาระจะใช้ของสายการบิน ซึ่งเป็นผู้บินจริง นั่นหมายความว่า ในบางกรณีกฎเรื่องสัมภาระที่ใช้ในการเดินทางของท่านอาจเป็นกฎ ของสายการบินซึ่งเป็นคู่สัญญากับการบินไทย ท่านสามารถขอรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้จาก ตัวแทนการท่องเที่ยว หรือตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสาร/สำรองที่นั่ง

นโยบายสัมภาระ พิจารณาตามเกณฑ์จำนวน ใช้สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ และ ไปยัง/มาจาก สหรัฐอเมริกาและแคนาดา

เส้นทาง

ประเภท

น้ำหนักสัมภาระทุกชิ้น

รวมกันสูงสุด

(เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับสัมภาระ

น้ำหนักเกิน)

จำนวน

สัมภาระสูงสุด

ขนาดใหญ่สุด ต่อกระเป๋า

(เพื่อหลีก

เลี่ยง

ค่าปรับ

ขนาดเกิน)

ไปยัง/มา

จากสหรัฐอเมริกาและ

แคนาดา

เฟิร์สคลาส

(รอยัลเฟิร์ส)

32 กิโลกรัม (70 ปอนด์)

2

158 ซม. (62 นิ้ว)

ชั้นธุรกิจ
(รอยัลซิลค์)

32 กิโลกรัม (70 ปอนด์)

2

158 ซม. (62 นิ้ว)

ชั้นประหยัด

23 กิโลกรัม (50 ปอนด์)

2

158 ซม. (62 นิ้ว)

ทารกอายุต่ำกว่า2ขวบ

23 กิโลกรัม (50 ปอนด์)

1

115 ซม. (45 นิ้ว)

- ผู้โดยสารประเภทรอยัลเฟิร์สคลาสและรอยัลซิลค์คลาส ได้รับสิทธิ์สัมภาระฟรีสองชิ้น โดยน้ำหนักของ แต่ละชิ้นจะต้องไม่เกิน 32 กิโลกรัม (70 ปอนด์) และมาตราวัดแนวเส้นตรง (ความยาว + ความกว้าง + ความสูง) จะต้องไม่เกิน158 เซนติเมตร (62 นิ้ว)
- ผู้โดยสารประเภทชั้นประหยัด ได้รับสิทธิ์สัมภาระฟรีสองชิ้น โดยน้ำหนักของแต่ละชิ้นจะต้องไม่เกิน 23 กิโลกรัม (50 ปอนด์) และมาตราวัดแนวเส้นตรงของแต่ละชิ้น จะต้องไม่เกิน158 เซนติเมตร (62 นิ้ว) 
- สมาชิกบัตรรอยัลออร์คิดพลัส (อาร์โอพี) โกลด์และสมาชิกบัตรรอยัลออร์คิดแพลตินัมจะได้รับสิทธิพิเศษสัมภาระเพิ่มอีกหนึ่งชิ้น จากสิทธิ์สัมภาระทั่วไปของชั้นโดยสาร ทุกประเภท สิทธิพิเศษดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ร่วมกับสถานะสะสมไมล์การบิน สำหรับบัตรโดยสารชนิดออนไลน์ ทั้งหมด หรือบัตรโดยสารแบบเปลี่ยนสายการบิน ร่วมกับสายการบินอื่นที่ยอมรับเงื่อนไขการใช้สิทธิประโยชน์ ได้เท่านั้น 
- อัตราค่าบริการสัมภาระพิเศษ สามารถนำมาใช้พิจารณาขนาดและน้ำหนักที่เกินจากที่กำหนดตามปกติได้ โปรดติดต่อสำนักงานการบินไทยในพื้นที่ ส่วนการพิจารณาค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน สามารถดูได้จาก “ค่าบริการสัมภาระและค่าบริการทางเลือกของบริษัทการบินไทย จำกัด มหาชน สำหรับการเดินทางไปยัง /ออกจากประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา”
 
หมายเหตุสำคัญ
หากการเดินทางของท่านใช้สายการบินมากกว่าหนึ่งสายการบิน โปรดตรวจสอบกฎเรื่องสัมภาระของแต่ละ สายการบินให้เรียบร้อย ในกรณีที่เป็นเที่ยวบินแบบรหัสร่วม (Code Share) ซึ่งรวมการสะสมไมล์ในอาณาเขตประเทศ สหรัฐอเมริกา/สหราชอาณาจักรนั้น สายการบินที่ทำหน้าที่การตลาด จะเป็นผู้กำหนดกฎสัมภาระ ในบางกรณี กฎเรื่องสัมภาระที่ใช้ในการเดินทางของท่าน อาจเป็นกฎของสายการบินซึ่งเป็นคู่สัญญากับการบินไทย โดยท่านสามารถขอรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้จาก ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสาร/สำรองที่นั่ง

สัมภาระถือขึ้นเครื่อง

นอกเหนือจากสัมภาระที่ผู้โดยสารสามารถฝากเข้าใต้เครื่องแล้ว ผู้โดยสารแต่ละท่านสามารถถือสัมภาระขึ้นเครื่องได้หนึ่งชิ้น ความยาวไม่เกิน 56 เซนติเมตร (22 นิ้ว) ความกว้างไม่เกิน 45 เซนติเมตร (18 นิ้ว) ความหนาไม่เกิน 25 เซนติเมตร (10 นิ้ว) ซึ่งขนาดนี้รวมล้อ มือจับและกระเป๋าด้านข้างแล้ว น้ำหนักสัมภาระถือขึ้นเครื่องจะต้องไม่เกิน 7 กิโลกรัม (15 ปอนด์) ทั้งนี้ผู้โดยสารจะต้องวางกระเป๋าไว้บนตู้เก็บเหนือศีรษะหรือใต้เบาะของตนเอง

 

ผู้โดยสารสามารถนำพาสิ่งของต่อไปนี้ขึ้นเครื่องได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

- กระเป๋าถือ กระเป๋าใส่เงิน กระเป๋าของสุภาพสตรี ความยาวไม่เกิน 37.5 เซนติเมตร (15 นิ้ว) ความกว้างไม่เกิน 25 เซนติเมตร (10 นิ้ว) ความหนาไม่เกิน 12.5 เซนติเมตร (5 นิ้ว) ซึ่งทั้งสามมิตินี้รวมกันจะต้องไม่เกิน 75 เซนติเมตร (30 นิ้ว) และน้ำหนักไม่เกิน 1.5 กิโลกรัม (3.3 ปอนด์) 
- เครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคและเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาเข้าข่ายนี้ด้วยเช่นกัน 
- ไม้เท้า (ไม้ค้ำยัน) ที่ใช้โดยผู้โดยสารที่มีอายุ ผู้โดยสารที่ป่วยและผู้โดยสารที่มีความทุพพลภาพ 
- กล้องหรือกล้องส่องทางไกลเล็ก 
- อาหารเด็กเล็ก


หมายเหตุ 
เจ้าหน้าที่อาจทำการสุ่มตรวจด้วยเครื่องตรวจและ/หรือตาชั่งที่เคาน์เตอร์เช็คอิน และ/หรือที่ประตูขึ้นเครื่องเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามข้อบังคับนี้

มาตรการจำกัดปริมาณของเหลว เจล และสเปรย์ ขึ้นเครื่องบิน 

 - ของเหลว เจล และสเปรย์ทุกชนิด ต้องบรรจุในภาชนะที่มีขนาดความจุไม่เกิน 100 มิลลิลิตร สำหรับภาชนะที่เกิน 100 มิลลิลิตร แม้จะบรรจุของเหลว เจล และสเปรย์ เพียงเล็กน้อย ก็ไม่สามารถ นำขึ้นเครื่องได้ 
- ภาชนะทั้งหมดต้องใส่รวมไว้ในถุงพลาสติกใสซึ่งเปิด-ปิดผนึกได้ โดยถุงพลาสติกใสต้องมีขนาดไม่เกิน 1 ลิตร 
- ผู้โดยสารสามารถนำถุงพลาสติกใสขึ้นในห้องโดยสารได้เพียงคนละ 1 ถุง เท่านั้น และต้องแยกออกจากสัมภาระติดตัวอื่นๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเมื่อถึงจุดตรวจค้น 
- ของเหลวที่ได้รับการยกเว้น ได้แก่ นม และ อาหารสำหรับเด็กทารกในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงยาที่มีเอกสารกำกับชัดเจน 
- ของเหลว เจล และสเปรย์ ที่ซื้อจากร้านค้า ปลอดอากร (Duty free shops) ที่สนามบินหรือบนเครื่องบิน ต้องบรรจุในถุงพลาสติกใสปิดผนึกปากถุง ไม่มีร่องรอยการเปิดปากถุง และมีหลักฐานแสดงว่าได้ซื้อ ณ วันที่เดินทาง และควรตรวจสอบข้อมูลจากร้านค้าปลอดอากรก่อนซื้อสินค้า

 

สัมภาระที่ท่านผู้โดยสารนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน

สัมภาระที่ท่านผู้โดยสารนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินซึ่งมีน้ำหนักมากนั้น การนำขึ้นเก็บไว้ใน Overhead Locker อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อขณะยกหรือยามเกิดสภาวะอากาศแปรปรวน อาจตกหล่นลงใส่ตัวท่านเองหรือผู้โดยสารอื่นจนบาดเจ็บ อีกทั้งเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน สัมภาระที่มีขนาดใหญ่และวางบนทางเดินก็จะกีดขวางช่องทางหนีภัยอันจะทำให้เกิดอันตรายได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของท่านผู้โดยสารทุกๆท่าน การบินไทยจึงใคร่ขอความร่วมมือท่านผู้โดยสารโปรดนำสัมภาระที่มีน้ำหนักไม่เกิน7กิโลกรัมและมีขนาดโดยรวมไม่เกิน45นิ้ว หรือ115 เซนติเมตร ขี้นเครื่องและเก็บสัมภาระไว้ในช่องเหนือศรีษะ

ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับช่วงของการเดินทางในประเทศเท่านั้น 

สัมภาระน้ำหนักเกินทั้งหมดจะต้องถูกชั่งและเก็บค่าบริการก่อนที่ผู้โดยสารจะขึ้นเครื่อง น้ำหนักสัมภาระที่อนุญาตอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเคบิน ระดับสถานะ สถานะทางการทหาร เอกสารเดินทางและวันที่ซื้อ 

ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินจะเรียกเก็บดังต่อไปนี้โดยไม่คำนึงถึงคลาสของตั๋ว อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินนี้ใช้เฉพาะช่วงของการเดินทางในประเทศเท่านั้นภายใต้เกณฑ์พิจารณาตามน้ำหนักและเป็นอัตราตายตัวดังนี้

 

บาทต่อกิโลกรัม
(ระหว่าง……และ……)
กรุงเทพเชียงใหม่
เชียงใหม่60-
เชียงราย70-
หาดใหญ่80-
ขอนแก่น55-
กระบี่70-
เกาะสมุย95-
ภูเก็ต70125
สุราษฎร์ธานี65-
อุบลราชธานี60-
อุดรธานี55-

 

หมายเหตุ 
1. “ตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับเที่ยวบินในประเทศ” ข้างต้นนี้ให้ใช้ได้กับการเดินทางในวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง 
2. อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินคิดตามน้ำหนักที่เกินเป็นกิโลกรัมและเป็นสกุลเงินบาท 
3. Tค่าบริการสัมภาระส่วนเกินต่อกิโลกรัมสำหรับบริการในประเทศใดๆของการบินไทยคือ 1.5% ของค่าตั๋วเอโคโนมีคลาสแบบบินตรงเที่ยวเดียวปกติสูงสุด
4. ไม่อนุญาตให้ใช้อัตราส่วนลดของเด็กและเด็กเล็กได้ 
5. อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศจะแสดงแยกไว้เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ 
6.หากมีการฝากสัมภาระผ่านตั้งแต่เที่ยวบินในประเทศของการบินไทยต่อเนื่องไปยังช่วงของการเดินทางระหว่างประเทศกับการบินไทย การคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินจะแบ่งคิดตามโซน 
7. ช่วงของการเดินทางในประเทศกับการบินไทยคือโซน 1 (โปรดดูนิยามโซนต่างๆในตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ)
8. เงื่อนไขสำหรับข้อ 5 ในเรื่องการแปลงค่าเงิน ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินที่ประกาศเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะแปลงเป็นสกุลเงินท้องถิ่นโดยใช้อัตราขายของธนาคารในวันที่มีการคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินดังกล่าว

 

ค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน (ภายในทีซี 3 และ ระหว่างทีซี 2 และทีซี 3) 
สัมภาระน้ำหนักเกินทั้งหมดจะต้องถูกชั่งและเก็บค่าบริการก่อนที่ผู้โดยสารจะขึ้นเครื่อง น้ำหนักสัมภาระที่อนุญาตอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเคบิน ระดับสถานะ สถานะทางการทหาร เอกสารเดินทางและวันที่ซื้อ ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินจะเรียกเก็บดังต่อไปนี้โดยไม่คำนึงถึงคลาสของตั๋ว อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินนี้ใช้เฉพาะช่วงของการเดินทางภายในทีซี 3 และ ระหว่างทีซี 2 และทีซี 3 ภายใต้เกณฑ์พิจารณาตามน้ำหนักและเป็นอัตราตามโซนดังนี้

ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัมไปยังโซน 1ไปยังโซน 2ไปยังโซน 3ไปยังโซน 4ไปยังโซน 5ไปยังโซน 6
จากโซน 1710253055-
จากโซน 21025303555-
จากโซน 32530354055-
จากโซน 43035405555-
จากโซน 55555555555-
จากโซน 6------

หมายเหตุ 
1. “ตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับเที่ยวบินภายในทีซี 3 และ ระหว่างทีซี 2 และทีซี 3” ข้างต้นนี้ให้ใช้ได้กับการเดินทางในวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง 
2. อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินคิดตามน้ำหนักที่เกินเป็นกิโลกรัมสำหรับโซน 1-5 
3. ไม่อนุญาตให้ใช้อัตราส่วนลดของเด็กและเด็กเล็กได้
4. อัตราค่าบริการสัมภาระส่วนเกินไปยัง/มาจากโซน 6 หรือสหรัฐอเมริกา/แคนาดาคำนวณตามเกณฑ์พิจารณาตามจำนวนชิ้น (ข้อมูลเพิ่มเติมในหน้า “ค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน (ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกา/แคนาดา)”) 
5. หากมีการฝากสัมภาระผ่านตั้งแต่เที่ยวบินในประเทศของการบินไทยต่อเนื่องไปยังช่วงของการเดินทางระหว่างประเทศกับการบินไทย การคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินจะแบ่งคิดตามโซน ช่วงของการเดินทางในประเทศกับการบินไทยคือโซน 1 (โปรดดูนิยามโซนต่างๆในตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ) 
6. การแปลงค่าเงิน – ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินที่ประกาศเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะแปลงเป็นสกุลเงินท้องถิ่นโดยใช้อัตราขายของธนาคารในวันที่มีการคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินดังกล่าว 
7. นิยามของโซนต่างๆ

 

ออสเตรเลีย (PER) ญี่ปุ่น เกาหลี โอมาน ปากีสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เส้นทางระหว่าง HKT-SEL เส้นทางระหว่าง HKT-PER เส้นทางระหว่าง HT-TPEเบลเยียม เดนมาร์ค ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ แอฟริกาใต้ สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร เส้นทางระหว่าง STO-HKT และเส้นทางระหว่าง CPH-HKT

โซนนิยาม
โซน 1บังคลาเทศ กัมพูชา จีน (KMG) ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ สิงคโปร์ ไทยและช่วงเที่ยวบินในประเทศของการบินไทยในไทย เวียดนาม เส้นทางระหว่าง HKG-TPE เส้นทางระหว่าง TPE-SEL เส้นทางระหว่าง KHI-MCT เส้นทางระหว่าง HKT-SIN เส้นทางระหว่าง HKT-KUL
โซน 2จีน (BJS, SHA, CTU, CAN, XMN, CKG, CSX) ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย มาเก๊า เนปาล ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ไต้หวัน เส้นทางระหว่าง HKG-SEL เส้นทางระหว่าง HKT-HKG เส้นทางระหว่าง HKT-DEL เส้นทางระหว่าง HKT-BOM [หมายเหตุ: เนื่องจากข้อมูลบางส่วนขาดหายจากต้นฉบับของไฟล์นี้จึงดึงข้อความที่ดูครบถ้วนจากไฟล์ T&C 7 Baggage Policy มาใช้]
โซน 3
โซน 4ออสเตรเลีย (SYD, BNE, MEL) รัสเซีย (MOW)
โซน 5
โซน 6สหรัฐอเมริกาและแคนาดา

 

ค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน (ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกา/แคนาดา)

 

ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัมไปยังโซน 1ไปยังโซน 2ไปยังโซน 3ไปยังโซน 4ไปยังโซน 5ไปยังโซน 6
จากโซน 1-----119
จากโซน 2-----119
จากโซน 3-----119
จากโซน 4-----119
จากโซน 5-----119
จากโซน 6119119119119119119

 

รายละเอียดการคำนวณ

 

เส้นทาง

 

ไปยัง/มา

จากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินต่อชิ้น

 

119 ดอลลาร์สหรัฐ

สัมภาระขนาดเกิน แต่ละชิ้นจะต้องมีมิติเกิน 62 นิ้ว (158 เซนติเมตร) แต่ไม่เกิน 80 นิ้ว (203 เซนติเมตร)

 

119 ดอลลาร์สหรัฐ (ข้อ 8)

สัมภาระขนาดเกินและจำนวนเกินคิดค่าบริการสองเท่า


1. แต่ละชิ้นที่เกินกำหนดอนุญาต 2 ชิ้น

 

2. มีมิติเกิน 62 นิ้ว (158 เซนติเมตร) แต่ไม่เกิน 80 นิ้ว (203 เซนติเมตร)

 

238 ดอลลาร์สหรัฐ (ข้อ 9)

สัมภาระขนาดเกิน/น้ำหนักเกินจะต้องถูกชั่งและคิดค่าบริการสามเท่าสำหรับ 45 กิโลกรัมแรก เศษทุก 10 กิโลกรัมจากนั้นคิดหนึ่งเท่า

 

119 ดอลลาร์สหรัฐ X 3  (ข้อ 10)

 

หมายเหตุ 
1. “ตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกิน (ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกา/แคนาดา)” ข้างต้นนี้ให้ใช้ได้กับการเดินทางในวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง
2. ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินที่ประกาศเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะแปลงเป็นสกุลเงินท้องถิ่นโดยใช้อัตราขายของธนาคารในวันที่มีการคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินดังกล่าว
3. หากมีการฝากสัมภาระผ่านตั้งแต่เที่ยวบินในประเทศของการบินไทยต่อเนื่องไปยังช่วงของการเดินทางระหว่างประเทศกับการบินไทย การคิดค่าบริการสัมภาระส่วนเกินจะแบ่งคิดตามโซน ช่วงของการเดินทางในประเทศกับการบินไทยคือโซน 1 (โปรดดูนิยามโซนต่างๆในตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ)
4. ไม่อนุญาตให้ใช้อัตราส่วนลดของเด็กและเด็กเล็กได้
5. ตารางค่าบริการสัมภาระส่วนเกินข้างต้นให้ใช้กับเที่ยวบินของการบินไทยเท่านั้น 
6. ผู้โดยสารจะต้องเสียค่าบริการสำหรับสัมภาระในส่วนที่เกินกว่าที่อนุญาตไม่ว่าจะซื้อและใช้ตั๋วคลาสใดก็ตาม

7. นิยามของโซนต่างๆ

 

บังคลาเทศ กัมพูชา จีน (KMG) ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ สิงคโปร์ ไทยและช่วงเที่ยวบินในประเทศของการบินไทยในไทย เวียดนาม เส้นทางระหว่าง HKG-TPE เส้นทางระหว่าง TPE-SEL เส้นทางระหว่าง KHI-MCT เส้นทางระหว่าง HKT-SIN เส้นทางระหว่าง HKT-KULบรูไนดารุสซาลาม จีน (BJS, SHA, CTU, CAN, XMN, CKG, CSX) ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย มาเก๊า เนปาล ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ไต้หวัน เส้นทางระหว่าง HKG-SEL เส้นทางระหว่าง HKT-HKG เส้นทางระหว่าง HKT-DEL เส้นทางระหว่าง HKT-BOM [หมายเหตุ: เนื่องจากข้อมูลบางส่วนขาดหายจากต้นฉบับของไฟล์นี้จึงดึงข้อความที่ดูครบถ้วนจากไฟล์ T&C 7 Baggage Policy มาใช้]ออสเตรเลีย (PER) บาห์เรน ญี่ปุ่น เกาหลี โอมาน ปากีสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เส้นทางระหว่าง HKT-SEL เส้นทางระหว่าง HKT-PER เส้นทางระหว่าง HKT-TPEออสเตรีย เบลเยียม เดนมาร์ค เชโกสโลวาเกีย ฟินแลนด์  ฝรั่งเศส ฮังการี เยอรมัน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส แอฟริกาใต้ สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร เส้นทางระหว่าง STO-HKT และเส้นทางระหว่าง CPH-HKT

โซนนิยาม
โซน 1
โซน 2
โซน 3
โซน 4ออสเตรเลีย (SYD, BNE, MEL)  อียิปต์ อิสราเอล มาดากัสการ์ ตุรกี รัสเซีย (MOW)
โซน 5
โซน 6สหรัฐอเมริกาและแคนาดา

 

8. ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินให้ใช้กับสัมภาระต่อไปนี้ 
ก. สัมภาระที่เกินจำนวนชิ้นที่อนุญาต: สัมภาระแต่ละชิ้นที่เกินกว่าที่อนุญาต 2 ชิ้น
ข. สัมภาระขนาดเกิน: สัมภาระแต่ละชิ้นที่มีมิติเกิน 62 นิ้ว (158 เซนติเมตร) แต่ไม่เกิน 80 นิ้ว (203 เซนติเมตร) 
9. ค่าบริการสัมภาระส่วนเกินสองเท่าให้ใช้กับสัมภาระต่อไปนี้ 
ก. สัมภาระที่ขนาดเกินและเกินจำนวนชิ้นที่อนุญาต: สัมภาระแต่ละชิ้นที่เกินกว่าที่อนุญาต 2 ชิ้นและมิติเกิน 62 นิ้ว (158 เซนติเมตร) แต่ไม่เกิน 80 นิ้ว (203 เซนติเมตร)
10. สัมภาระใดๆที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
ก. มิติรวมเกิน 80 นิ้ว (203 เซนติเมตร) และ/หรือ 
ข. น้ำหนักเกิน 70 ปอนด์ (32 กิโลกรัม) จะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้ 
- สัมภาระดังกล่าวไม่อาจถือว่าเป็นสัมภาระที่มากับผู้โดยสารเว้นเสียแต่ว่าจะมีการตกลงกับการบินไทยเป็นการล่วงหน้าและได้รับการยืนยันแล้วเสียก่อน
- สัมภาระดังกล่าวจะต้องถูกชั่งน้ำหนักและคิดค่าบริการสามเท่าสำหรับ 45 กิโลกรัมแรก เศษทุก 10 กิโลกรัมจากนั้นคิดหนึ่งเท่า

 


อ้างอิงที่มา http://www.thaiairways.co.th/th_TH/plan_my_trip/travel_information/Baggage.page

All Travel Guide and Tips