เมื่อวันที่ 10 ธันวาคมสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรปผู้หนึ่งระบุว่า สำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งยุโรป (เอียซา) ซึ่งดำเนินการภายใต้ความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการยุโรป ที่เป็นองค์กรด้านบริหารกิจการสหภาพยุโรป ไม่ได้ขึ้นบัญชีดำสายการบินใดๆของไทยห้ามบินเข้าน่านฟ้ายุโรปแต่อย่างใด ในการพิจารณาปรับปรุงรายชื่อสายการบินต้องห้ามประจำปี ตามมาตรการเพื่อความปลอดภัยที่เป็นการตรวจสอบสายการบินต่างๆทั่วโลก ทั้งนี้ เอียซา ยังคงยืนยันบรรจุสายการบิน ไลออนแอร์ ของอินโดนีเซียอยู่ในบัญชีต้องห้ามดังกล่าวต่อไป

 

การพิจารณาดังกล่าวมีขึ้นหลังจากตัวแทนของเอียซาเดินทางมาเยือนไทยเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงด้านต่างๆเมื่อต้นปีนี้และเมื่อวันที่9ธันวาคมที่ผ่านมา ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ก็ลงนามในความตกลงกับเอียซา ซึ่งจะส่งผลให้เอียซาเข้ามาให้ความช่วยเหลือต่อประเทศไทยในการปรับปรุงระเบียบวิธีการในการกำกับดูแลความปลอดภัยทางการบินในไทยต่อไปอย่างไรก็ตามการไม่ขึ้นบัญชีดำครั้งนี้เกิดขึ้นราว1 สัปดาห์หลังจากที่องค์การบริหารการบินแห่งรัฐ (เอฟเอเอ) ของสหรัฐอเมริกา ตัดสินใจปรับลดระดับความปลอดภัยทางการบินของไทยลง 1 ระดับ เนื่องจากเห็นว่าหน่วยงานด้านการบินพลเรือนของไทยไม่สามารถแก้ไขข้อบกพร่องในการจัดทำมาตรฐานการบินเชิงพาณิชย์ในประเทศได้

 

รอยเตอร์ระบุว่าการไม่ขึ้นบัญชีดำไทยของเอียซาในครั้งนี้ถือเป็นข่าวดีเป็นพิเศษต่อบริษัทการบินไทยสายการบินแห่งชาติที่เป็นสายการบินเดียวของไทยที่มีเที่ยวบินเดินทางสู่ยุโรปในเวลานี้โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่า รายได้จากเส้นทางบินสู่ภาคพื้นยุโรปคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดของการบินไทย นอกจากนั้นยังจะส่งผลดีต่อตลาดการท่องเที่ยวของประเทศโดยรวม เนื่องจากยุโรปเป็นตลาดท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของไทย และจำนวนนักท่องเที่ยวจากภาคพื้นยุโรปที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยในแต่ละปี ราว 4 ล้านคนคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 18 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เดินทางมาไทยในปีนี้ โดยมีนักท่องเที่ยวจากยุโรปราว 1 ล้านคนใช้บริการของการบินไทยทุกปี

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลัง ได้รับทราบผลการพิจารณาของ สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหภาพยุโรป(เอียซา) ว่า ขอบคุณที่สหภาพยุโรปเห็นถึงความพยายามของไทย ตระหนักดีว่าการตัดสินใจของเขาในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับเขา เพราะ จะให้เพียงแค่ตัดสินใจตามองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)และ สำนักงานบริหารองค์กรการบินแห่งสหรัฐอเมริกา (FAA)ย่อมเป็นเรื่องที่เขาทำได้โดยง่าย แต่เขาเลือกที่จะตัดสินใจไม่แบนไทยวันนี้ เพราะเห็นถึงความพยายามของเราโดยเฉพาะในระยะ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาที่เราได้นำเสนอแผนแม่บทในการทำงานใหม่ที่เขาพอใจและต้องการให้เราทำให้ได้จริงเพราะจะเป็นการยกระดับมาตรฐาน มาตรฐานความปลอดภัย ของการบินพลเรือนไทย ให้เทียบระดับสากลได้อย่างยั่งยืนเขาเข้าใจว่าในวันนี้เราไม่ได้เพียงแค่ทำอะไรเร็วๆเพื่อให้ปลดธงแดงจาก  ICAO แต่รัฐบาลไทยกำลังทำงานยากคือ ปฏิรูปการทำงานทั้งระบบเพื่อให้การบินพลเรือนไทยก้าวออกจากวังวันเก่าๆที่ไม่ได้มาตรฐาน วันนี้เรากำลังเริ่มทำงานกับบริษัทที่ปรึกษามืออาชีพ ที่ทุกประเทศให้การยอมรักและเมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมก็เพิ่งลงนามร่วมกับEASA เพื่อร่วมมือกันทำงานอย่างใกล้ชิด ในการยกระดับการบินพลเรือนไทยให้ได้มาตรฐานเดียวกับในสหภาพยุโรป

"การตัดสินใจของสหภาพยุโรปในวันนี้ก็เพื่อต้องการให้กำลังใจและส่งสัญญาณว่าสิ่งที่เรากำลังทำมาถูกทางแล้ว และสหภาพยุโรปในฐานะมิตรของไทยพร้อมจะร่วมมือกับไทยในการแก้ไขจุดบกพร่องใดๆที่ยังมีอยู่ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นและรัฐบาลขอยืนยันว่าเราจะเดินหน้าทำงานต่อไปร่วมกับพันธมิตรของเราอย่างเต็มที่ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทาง 41 สายการบินด้วย องค์กรใหม่ที่จะเริ่มงานในวันที่ 1 มกราคมนี้คือสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยหรือกพท. ซึ่งจะทำหน้าที่กำกับดูแลด้านการบินพลเรือนของประเทศไทยจะต้องมีแต่บุคลากรที่สุจริตมีคุณภาพและมืออาชีพเท่านั้น ผมและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ  จะเป็นคนกำกับดูแลการทำงานของข้าราชการทั้ง ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน(ศบปพ.) และกระทรวงคมนาคมให้เป็นไปตามแผนงานที่เรานำเสนอแก่  ICAO  EU และ FAA ใหม่ด้วยตัวเอง และกระบวนการคัดเลือกคนเข้าทำงานที่กพท. จะต้องโปร่งใสยุติธรรมและได้มาซึ่งคนที่มีคุณภาพสุจริตและได้มาตรฐานสากล เพื่อให้เป็นองค์กรที่ทำงานอย่างมืออาชีพได้อย่างเต็มที่ และเราต้องช่วยกันดูแลไม่ให้ผู้มีอิทธิพลทางการเมือง เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทำงาน ของกพท.ได้ในอนาคต"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวและว่า หวังว่าคราวนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและขอบคุณสหภาพยุโรปที่ให้ข่าวดีนี้เป็นของขวัญให้กับคนไทยนี่เป็นการแสดงให้เห็นว่าปัญหาในอดีตไม่ว่าจะยากขนาดไหนถ้าพวกเราร่วมมือกันก็จะแก้ได้แต่ต้องทำอย่างจริงจังอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเห็นผล เป็นรูปธรรม งานของเรายังมีอีกมาก แต่เชื่อว่ามาตรฐานการบินพลเรือนของไทยจะดีขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้อย่างแน่นอนและเราจะแจ้งให้  ICAO EU


ขอบคุณที่มา http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1449747999